Mr.L's profile(^-^)~๐~"Blue Diary "~๐ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Mr.L Akena

Occupation
Location
akena99@hotmail.com
๐Thanks For Your Comment๐
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
Patibwrote:
โหคุณน้อง สเปสดองตั้งแต่ ธค 50 เจ๊แพ้ราบ
 
ว่าแต่น้องเอกสบายดีนะ พี่เอสบายดีเรื่อยๆแหละ
 
มานี่ไม่ค่อยมีอะไรทำเหมือนเมืองไทย ไว้ออนไปเม้ากัน
 
เทคแคร์จ้า บ๊ายบาย
June 27
Ta_Tarwrote:
ไปเที่ยวเยอะนะเนี่ย เมษานี้ไปtripตรัง กันนะ
Feb. 9
Ta_Tarwrote:
หวัดดีจ๊า  Happy New Year น๊า  .. หยุดปีใหม่ไปเที่ยวที่ไหนมาป่าว
Jan. 7
ยิ้ม สวัสดีค่ะ ขาหายดีรึยังยิ้ม
 
จะได้พาท้าแข่งวิ่ง พร้อมไหมยิ้มแฉ่งแลบลิ้น
Dec. 7
ยิ้มแฉ่ง มาวิ่งเล่นมั่งดีกว่า
 
เอกแอบไปดูอีกแล้วใช่ม่ะ
 
ดีขึ้นไหมค่ะspaceของรุ้ง
Oct. 19

Windows Media Player

No list items have been added yet.

(^-^)~๐~"Blue Diary "~๐ Akena ~๐~(^-^)

~๐ Thank You For Your Visiting ๐~
January 27

New Year 2551

หลังจากที่ห่างหายไปนานกับสเปซเนื่องด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง   วันนี้ก็ได้เวลาอัพเสียที

เมื่อปีใหม่เนื่องจากไม่เพื่อนๆไม่ค่อยๆไหน ก็เลยหาสถานที่ใกล้ๆเพื่อมีกิจกรรมบ้างก็ยังดีกว่านั่งอยู่บ้านเฉยๆ

ก่อนวันปีใหม่เพื่อนซี้ของผม ก็โทรมา หาที่ว่าจะไป countdown ที่ไหนกันดี คุยไปคุยมาก็ได้คำตอบคือ อยุธยา

ไม่ใกล้ไกลดี  จากนั้นก็ได้บรรเลงโทรหาเพื่อนในกลุ่มปรากฎว่า ไม่มีใครว่างเลย เซ็งชิบ  

ตกลงก็ได้ข้อสรุป  ไปแค่ 2 คนก็ได้(ฟระ) วันที่ 31 ธ.ค.50 ก็เลยถือโอกาสไปทำบุญ 9 วัดไปในตัว

การทำบุญเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ เพราะไปกันแค่ 2 คน ออกเดินทางล่าช้าเล็กน้อย 

กายพร้อม ใจพร้อม เงินพร้อม กล้องพร้อม ลุย... เข้าวัด  ถ่ายป้ายชื่อวัด กราบพระ ทำบุญค่าบำรุงวัด ถ่ายพระพุทธรูปในโบสถ์

ออกจากวัดอย่างรวดเร็ว...หลวงพ่อหลวงพี่แกยังไม่ทันให้พรเลย ยกตาลปัตรค้างไว้ พวกเราก็ไม่อยู่ซะแล้ว เอิ๊กๆ

(ไอ้พวกนี้มันจะรีบไปไหนฟระ) เนื่องจากเราออกเดินทางสาย+เสียเวลาไปกับการกิน-รถติด-ถ่ายรูป เลยต้องรีบ

และแล้วสุดท้ายเราก็เสร็จภารกิจ 9 วัดภายใน 6 โมงเย็น แล้วเราก็ไปงานที่บึงพระราม (โดยไม่รู้ด้วยว่ามีจัดงาน)

ก็เลยนั่งดูการแสดง ถ่ายรูป หาของกิน (อร่อยหลายอย่างเลย) มีการแสดงพื้นบ้าน การแสดงแสงสีเสียง

การแสดงจากการท่องเที่ยวฯ มีศิลปินแห่งชาติมาร่วมแสดง+ขับร้องเพลงมากมาย การแสดงพลุ จนกระทั่ง ฉลองปีใหม่ ผุ้ว่าฯ

มาเปิดงาน ร่วมร้องเพลงพรปีใหม่ เสร็จงานแล้วก็แยกย้ายกลับบ้านด้วยความประทับใจ^^ ปีหน้า จะกลับมาเยือนอีกรอบ..........

 

ป.ล.เพื่อนๆคนไหนอยากเปลี่ยนที่ countdown แนะนำลองมาที่อยุธยานะครับ เผื่อจะประทับใจเหมือนผม ^^

December 27

หาความสุขได้ที่ไหน

ในตอนกลางดึกมีหญิงชราคนหนึ่ง
กำลังคลำหาอะไรสักอย่างรอบๆเสาร์ไฟฟ้าข้างถนน
สักครู่หนึ่งมีหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมา
เห็นหญิงชราผู้นั้นกำลังคลำหาอะไรอยู่
เลยถามขึ้นว่า ยาย..ยาย ยายกำลังหาอะไรอยู่?
หญิงชราผู้นั้นตอบว่า
ยายกำลังหาเข็มเย็บผ้าอยู่ ยายทำตกหายไป
ช่วยยายหาหน่อยซิ
พวกหนุ่มสาวกลุ่มนั้นจึงช่วยกันหาทั่วไปหมด แต่ก็หาไม่เจอ
ในที่สุดพวกเขาก็สงสัยจึงถามยาย
ยาย..ยาย..ยายทำเข็มเย็บผ้าหล่นหายไปที่ไหน
ยายตอบว่า
ยายกำลังเย็บผ้าอยู่ในห้องยาย แล้วก็ทำเข็มเย็บผ้าหล่นหายไป
แต่ห้องยายมันมืด ยายมองไม่ค่อยเห็น
ยายก็เลยออกมาที่ถนนเพราะมีแสงสว่างจากไฟฟ้า
...พอพวกหนุ่มสาวกลุ่มนั้นได้ยินเช่นนั้นก็เลยหัวเราะ แล้วเดินหนีไป
...................................
เมื่อเราทำของหาย เราก็ต้องไปหาในที่ๆเราทำหาย
มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะไปหาที่อื่น
เช่นเดียวกัน เมื่อเราแสวงหาความสุข
เราก็ต้องหาในจุดที่เราได้สูญเสียความสุขไป
มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะหาความสุขที่ไนท์คลับ หรือสถานเริงรมย์ต่างๆ
หรือไปหาที่ประเทศนั้นประเทศนี้ หรือไปหาที่คนอื่น
ความสุขของเราได้สูญหายไปจากตรงไหน?
คำตอบก็คือ เราได้ทำหายไปจากใจของเรา
ได้สูญเสียความสุขจากตัวเรา... จากใจเรา
ดังนั้น เราก็ต้องแสวงหาความสุขที่จุดนั้น คือ ในตัวเรา

November 06

ความเหงา . . .

ความเหงา..... 

สำหรับคนที่ชอบเหงาจะรู้ว่า
บางทีเราก็สามารถเหงาได้ แม้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังพูดคุย

และเมื่ออยู่ในอาการนี้ อย่าได้คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

ขอให้มองว่า
อาจเป็นโอกาสให้เราเปลี่ยนความเหงาเป็นอะไรดีๆสักอย่างก็ได้

ค ว า ม เ ห ง า . . .
อาจกลายเป็นรูปถ่ายสวยๆจากฝีมือของเราเอง
อาจเป็นบทเพลงเพราะๆ 1 บท
อาจเป็นหนังสือที่น่าสนใจ 1 เล่ม
อาจเป็นภาพวาดที่น่าทึ่ง
หรือ อาจเป็นบทกวีที่ลึกซึ้ง กินใจ ฯลฯ

ค ว า ม เ ห ง า . . .
มักเดินจูงมือมาพร้อมกับ
ความคิด...อารมณ์...ความรู้สึก...และความนึกฝัน
อยู่ที่เราจะเอามาผสมผสานกันให้เป็นอะไร

ค ว า ม เ ห ง า . . .
เปลี่ยนเป็น ค ว า ม ง ด ง า ม ได้
ถ้าเราหัดที่จะเหงา...แบบมืออาชีพ

-----------------------------------------------------

credit : โลกสวยงามขึ้นเมื่อเดินช้าลง

October 07

Darak Korean Restaurant

ร้านอาหารดารัก

เก็บตกจากทริปราชบุรีบล็อกที่แล้วคร้าบ  ตอนเย็นหลังจากที่ได้ไปเที่ยวกลับมา

ก็ได้มานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารดารัก เป็นของแม่เพื่อนซี๊ของเราเอง อิอิ

ร้านนี้ ตั้งอยู่ที่ Korean Town  ซอยสุขุมวิท 22  มีคนอยู่แถวนั้นเยอะมากมาย

บรรยากาศภายในร้าน ตกแต่งแบบสไตล์เกาหลี  ในร้านขาวสะอาด ผนังร้านมีลายแปลกตา

เที่ยวนี้ เราก็คงไม่พลาดกับ หมูย่างเกาหลี (เพราะไม่กินเนื้ออ่าคับ - -) ย่างในเตาแบบพิเศษ

กินกับเครื่องเคียงหลายๆ อย่าง   มีน้ำจิ้มที่เป็นเกลือผสมพริกไทย+น้ำมันงา  และน้ำจิ้มถั่ว

มีผักดองหลากหลายชนิด ให้เลือกรับประทาน  มีเครื่องดื่มมากมายให้สั่ง

ของทุกอย่างสด ใหม่  รสชาดดีทีเดียวเลย ยังมีผัดผักอะไรไม่รู้อีก กินแล้วไม่เลี่ยน กินกับเบียร์กำลังเหมาะเลย อิอิ

แล้วก็ตบท้ายด้วย ข้าวห่อสาหร่ายสไตล์เกาหลี    รสชาดดีมาก  อร่อยคนละอย่างกับของญี่ปุ่นเลย

ใครได้ผ่านไปแถวนั้น ลองเข้าไปดูก็ได้  รับประกันความอร่อย แถมไม่แพง กินแล้วคุ้ม รับรองๆ ให้คะแนน 9.5เต็ม10 เลย

ขอบคุณเพื่อนๆชาวสเปซทั้งหลายที่เข้ามาเยี่ยมนะคร้าบ   ไว้เจอกันใหม่บล็อกหน้า โชคดีทุกคนนะคร้าบ

September 09

Trip ราชบุรี 25ส.ค.50

        ในที่สุดก็ได้ไปเที่ยวอีกครั้ง ครั้งนี้ไปที่ราชบุรีกัน  เพราะอยู่ไม่ไกลมาก  สมาชิกตะลอนทริปนี้ได้แก่ เอก ก้อง บอล

เริ่มต้นออกเดินทางที่บ้านก้อง 7 โมงเช้าที่บางนา ไปทางนครปฐมแวะกินข้าวหมูแดงที่ร้านเก่าแก่แถวองค์พระ(จำไม่ได้ละว่าชื่อร้านอะไร)แต่อร่อย อิอิ

แล้วก็ไปไหว้พระร่วงฯ พระปฐมเจดีย์ เพื่อขอพรให้เดินทางโดยปลอดภัย ซื้อขนมกาลอจี๊มาเป็นเสบียง  แล้วก็ออกเดินทางต่อตรงไปตัวเมืองราชบุรี

จุดหมายแรก  ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ที่ อ.สวนผึ้ง เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3208 สักพักก็มาถึงแยก บ้านป่าชัฏหวาย ไหว้เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่

ขอพรให้เดินทางปลดภัย(ไม่เจอพม่าบุก อิอิ) พวกเราไปถึงที่บ่อน้ำร้อนประมาณเที่ยงนิดๆ ก็ได้เวลาอาหารเที่ยง ไปนั่งกินในร้านอาหารที่นั่นแหละ

เมนูง่ายๆ ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบหมู น้ำแร่ รสชาติดี กินกันเกลี้ยงไม่เสียดายเงินเลย แล้วก็ไปแช่น้ำ ค่าเข้า 5 บาท ค่าบ่อน้ำร้อน 50 บาท เด็ก

30 บาท(บ่อกระเบื้อง) และ 30 บาทเด็ก 10 บาท (สำหรับบ่อดิน) น้ำร้อนที่นี่ร้อนได้ใจมาก จุ่มไม่นานก็ต้องขึ้น แต่พอแช่แล้วก็สบายตัวดี

แช่กันได้ชั่วโมงนึงได้มั้ง  แล้วก็เดินทางไป

        จุดหมายแห่งที่ 2 น้ำตกเก้าโจน หรือน้ำตกเก้าชั้น ห่างจากบ่อน้ำร้อนประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น น้ำตกแห่งนี้สามารถเดินทางไปถึงจุดสูง

สุดได้โดยใช้เวลาประมาณ เกือบ 4 ชั่วโมง(เท่านั้นเอง โหย ใครจะเดินฟระ)น้ำตกนี้มีหินขนาดใหญ่หลายจุด เวลาขึ้นลงต้องระวังหน่อย น้ำใสไหลเย็น

บรรยากาศดี มีลมพัดตลอดและค่อนข้างสงบ แต่พวกเราไปถึง ดูอากาศตอนนี้เหมือนฝนกำลังจะตกก็เลยต้องกับก่อน เพราะทางไม่คุ้นเคย

        ขากลับเจอฝนตลอดทาง พวกเรากลับตามทางหลวงหมายเลข 3087 ไปทาง อ.จอมบึง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3089 ตรง

ไป อ.โพธาราม พอดีมาถึงวัดเขาช่องพราน 6 โมงก็เลยแวะพักรถ นั่งดูค้างคาวร้อยล้านตัว(อันนี้ฟลุ๊คมาก เพราะไม่ได้อยู่ในโปรแกรมทริป)แล้ว

เราก็ไม่ผิดหวัง กับค้างคาวจำนวนมหาศาลที่เราได้ดู เราดูอยู่กันประมาณครึ่งชัวโมงก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมด ไปถามคนขายไอติม เขาบอกว่า 3 ชั่วโมงถึง

จะหมด (O_o) พวกเราก็เลยขับรถกลับ กทม. เดินทางโดยสวัสดิภาพ ถึงประมาณ 5 ทุ่ม ข้าวเย็นกินที่ร้านอาหารเกาหลีของแม่ก้อง ไว้จะลงบล็อก

ต่อไปละกันคร้าบ ทริปนี้หนุกมากมาย ผลโหวตคะแนนทริปนี้ได้ 9/10 ก็โอเคละ  ไว้เจอกันบล็อกหน้าครับเพื่อนฝูง   บะบายยยๆ

July 31

เขื่อนขุนด่านปราการชล (KhunDann Dam)

Hello เพื่อนๆ พี่น้องทุกท่าน วันนี้ได้โอกาสเข้ามาอัพสเปซอีกครั้ง เพราะมีวันหยุดถึง 4 วัน กะจะไปเที่ยวยาวๆ ก็ไม่ได้ เพราะมีงานติดขัดอยู่นิดหน่อย เศร้าใจ...

เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.50) คุงป๊า กะ คุงม๊า เกิดอยากออกไปเที่ยวข้างนอก ก็เลยลากลูกชายที่แสนจะขี้เกียจ ออกไปด้วย ก็เลยตามไป โดยไม่รู้หรอกว่าไปไหน

มารู้อีกทีก็ตกลงกันในรถซะละ ว่าวันนี้เราจะไปเที่ยว เขื่อนท่าด่าน หรือ เขื่อนขุนด่านปราการชล นั่นเอง เริ่มต้นออกเดินทางเกือบ 11 โมงแน่ะ เพราะมัวแต่โอ้เอ้ (เราเองแหละ)

ไปกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมูชื่อดังของตลาด อ.บ้านนา (รับรองความอร่อย อิอิ) แล้วค่อยเดินทางไปถึงเขื่อน ระยะทางจากรังสิตประมาณ 100 กม. เดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวกมากมาย

เป็นเชื่อนที่ใกล้ กทม. มากที่สุดแล้ว เลยมีคนไปเที่ยวเยอะมากๆ วิวที่เขื่อนสวยมากมาย อยากให้ทุกคนที่มีโอกาสลองแวะไปเที่ยวนะ  แถวนั้นยีงมีน้ำตกอยู่ใกล้ๆอีกคือ

น้ำตกวังตะไคร้ และน้ำตกนางรอง.... พอพูดถึงเขื่อนนี้แล้ว  ก็ฝากเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเขื่อนนี้ไว้นะครับ   ไว้เจอกันบล็อกหน้าครับ บะบาย ^^

เขื่อนขุนด่านปราการชล

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2549 ครบรอบ 5 ปี วางศิลาฤกษ์เขื่อนคลองท่าด่านและวโรกาส
ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทาน ชื่อเขื่อนคลองท่าด่าน
“ เขื่อนขุนด่านปราการชล ” กับมีพระกระแสให้ติดป้ายโลหะจารึกประวัติของ
ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน ณ บริเวณเขื่อนเพื่อเชิดชูเกียรติคุณให้ปรากฏนับเป็น
พระมหากรุณาธิคุณยิ่งแก่กรมชลประทานและชาวจังหวัดนครนายก ขอพระองค์
ทรงมีพระชนม์พรรษายิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงประชาตลอดกาล

เขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นชื่อพระราชทานที่ได้นำตำนานเจ้าพ่อขุนด่านในสมัย
สมเด็จพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อพม่าบุกไทยชาวเขมรลักเสบียง
รังแกคนไทย หัวหน้าที่ชาวบ้านเรียกว่าขุนด่านจะใช้ม้าเร็วรับส่งข่าวรายงาน
ไปยังกรุงศรีอยุธยา

ภายหลังสมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกาศอิสรภาพจากพม่าพระยาละแวกตีตลบ
หลังไทยกวาดต้อนขนทรัพย์สินมีค่าไปเมืองเขมร ขุนหาญพิทักษ์ไพรวันหรือ
ขุนด่านทราบข่าวกองทัพเขมรจะตีนครนายก ได้รวบรวมคนไทยซุ่มรอคอยโจมตี
ทัพพระยาละแวกอย่างห้าวหาญ จนทัพเขมรแตกพ่ายไป ต่อมาเมื่อขุนด่านถึงแก่
อนิจกรรม ชาวบ้านได้ร่วมใจสร้างศาลาประดิษฐานอัฐิไว้ ณ บริเวณเขาชะโงก
ตำบลพรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก ปัจจุบันเป็นโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ

เกียรติคุณขุนด่านที่เล่าขานกันตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจะจารึกไว้ในความทรงจำ
ชั่วลูกหลานให้ระลึกถึงคุณงามความดีของท่านตราบนานเท่านานไว้
ท่ เขื่อนขุนด่านปราการชล เสมือนเป็นกำแพงคอนกรีตปรากฏการมหึมา
ความยาว 2549 เมตร สูง 93 เมตร ขวางกั้นลำคลองท่าด่านที่มีน้ำไหลเข้ามา
เก็บกักได้ถึง 224 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อการชลประทานให้กับการเกษตรกรรมใน
พื้นที่ 185 ,000 ไร่ และการท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคต เศรษฐกิจของจังหวัด
นครนายกจะรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า สร้างรายได้แก่ชุมชน มีชื่อเสียงแพร่กระจาย
เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วประเทศ

เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง
จังหวัดนครนายก สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากที่เกิดกับประชาชนชาวนครนายก
และจังหวัดใกล้เคียง

ตัวเขื่อน ประกอบด้วยเขื่อนหลักและเขื่อนรองสร้างด้วยคอนกรีตบดอัด
ปัจจุบันเป็น
เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก
มีความยาวรวม 2,720 เมตร ความสูง ( สูงสุด ) 93 เมตร
รับน้ำที่ไหลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำ
มีความจุ 224 ล้าน ลบม.

ประโยชน์ มีน้ำในการทำเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค
แก้ปัญหาดินเปรี้ยว เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และบรรเทาอุทกภัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่
ของนครนายก นักท่องเที่ยวสามารถชมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อน
จะเห็นทิวทัศน์ด้านหน้าเขื่อน และชมทิวทัศน์เมืองนครนายกด้านหลังเขื่อน

คุณค่า เขื่อนขุนด่าน ฯ สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงเป็นสิ่งก่อสร้างหนึ่งที่แสดงถึง พระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อพสกนิกรชาวนครนายกและชาวไทย

การเดินทาง

รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ ( ทางหลวงหมายเลข 305 หรือ 33) – นครนายก – (น้ำตกนางรองใช้ถนนหมายเลข 3049) – ผ่านอุทยานวังตะไคร้ – เลี้ยวขวาเข้าถนนสู่ตัวเขื่อน

รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพ ฯ – นครนายก มีบริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) ทุกวัน สอบถามได้ที่ โทร .0-2936-3660, 0-2936-3666

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.tat8.com/thai/ny/p_thadandam.html 

July 10

MWA Co-op Trip 23-24 June 2007

MWA Co-op Trip

กลับมาอัพสเปซอีกครั้ง ^^  หายไปเป็นเดือนอีกละ   เนื่องจากงานรัดตัวมากมาย แต่ก็ยังสู้ต่อปาย 

ทริปเน้เกิดขึ้นได้โดยความบังเอิญ+โชคดี   ที่ทางสหกรณ์ฯ จับสลากเลือกได้เรา และเพื่อนๆ ได้ไปสัมมนา+เที่ยวกันไปในตัว ได้ไปถึงกาญฯ แน่ะ

เริ่มออกรถจากที่ทำงานประมาณ 8.00 น ของวันที่ 23 (ดันนัดเราว่า 7 โมง รูงี้ไม่น่ารีบไปเลย) ได้ข้าวผัดปูมา 1 กล่อง(ไม่อิ่มอ่า -*-)

เพื่อนที่ไปร่วมทัวร์ครั้งนี้ ที่รู้จักก็มี กัณฐ์ เจี๊ยบ พี่ลักษณ์ พี่จัส (แล้วเราก็ไปหาข้างหน้าได้อีก 3-4 คน อิอิ) ไปรถบัส 2 ชั้นกัน 3 คัน

ออกเดินทาง ไปตามเส้นทาง ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่าน นครปฐม บ้านโป่ง จนถึง ท่าม่วง แวะเที่ยวที่วัดถ้ำเสือ (สำหรับเรา เป็นครั้งที่ 4 แล้วในรอบ 1 ปี)

อากาศค่อนข้างร้อน แต่ภูเขาช่วงนี้เขียวดี เดินขึ้นภูเขาไป ก็ไปไหว้พระ ตีระฆัง กลอง ฆ้อง ถ่ายรูปไม่เยอะเพราะเคยมาหลายคนละ จานั้นก็กลับลงมา

ไปแวะกินข้าวที่ร้านอาหาร แพริมเขื่อน อาหารก็มี ปลาคังทดน้ำปลา ปูหลน หมูแดดเดียว ปลานิลผัดพริก เป็ดพะโล้ ผัดผักรวมมิตร ต้มนำรวมมิตร

รสชาดโดยรวมถือว่าอร่อยทีเดียว  จากนั้นคณะทัวร์ก็ตรงเข้าสู่สถานที่สัมมนา นั่นคือ โงแรมเฟลิกซ์ริเวอร์แคว รีสอร์ท  ตอนแรกอากาศร้อนมากๆ

แต่ตอนที่สัมมนาอยู่นี่ อยู่ดีๆ ฝนก็ตกใหญ่มากๆ เราใช้เวลาสัมมนาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วแยกย้าย ไปเตรียมตัวมางานกลางคืนอีกรอบ

ช่วงระหว่างก่อนจะงานกลางคืนก็ไปเดินถ่ายรูปเล่นกัน จนถึงเวลา เราก็ไปถึงที่หมายก่อนใคร(ไปนั่งกินทองม้วนสด อิอิ) และไปจองโต๊ะ หาทำเล(เดินออกไปหยิบอาหารง่ายๆ)

และแล้วงานก็เริ่ม อาหารอร่อยใช้ได้ มีการร้องเพลง พวกเราก็โหวตเจี๊ยบ ขึ้นไปร้อง ก็ไม่เสียแรง เจี๊ยบขึ้นไปร้องอย่างมั่นใจ ร้องเพลงโปเตโต้ซะด้วย อิอิ

พอกินเสร็จเราก็แยกตัวกานไปนอน ห้องนี้ สามารถบอกได้ด้วยว่า อยากนอนกะใคร จัดการหาบัดดี้เรียบร้อย  กัณฐ์นั่นแหละ เหนื่อยไรมามากวะนั่น นอนดิ้นชิหายเลย

ตื่นตอนเช้าก็ไปกิงข้าว แบบสไตล์ american breakfast ซัดแหลก ไม่เกิน10 โมงเราก็เช็กเอาท์ ไปเที่ยวที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ได้แปบนึง แล้วก็กลับถึงบ้านโยสวัสดิภาพ

เลยเอารูปมาฝากละกันคราบ  ไว้เจอกันบล็อกหน้านะคร้าบ ^^

ป.ล.  ทริปนี้ผู้ใหญ่เยอะมากมาย  (บ้าได้ไม่เต็มที่ อิอิ)   แถมแวะร้านของฝากบ่อยมากๆ  (จอดบ่อยจัง) ไม่ค่อยเที่ยว (อันเน้ น่าเศร้าจาย) ทริปหน้าจะเอาคืน อิอิ